"Breaking แตกหัก" มันเริ่มต้นจากสิ้นหวัง แล้วจบด้วยไฟแห่งความ

รีวิวหนัง “Breaking แตกหัก” มันเริ่มต้นจากสิ้นหวัง แล้วจบด้วยไฟแห่งความ… และนี่คือหนังดราม่าอาชญากรรมเรื่องเล็ก ๆ ที่ไม่อยากให้พลาดเหมือนกัน “Breaking แตกหัก” ที่ถูกฉาบเอาไว้สถานการณ์จับตัวประกันและปล้นธนาคารสุดลุ้นระทึก แต่ปรากฏว่าหนังเรื่องนี้กลับเต็มไปด้วยประเด็นที่บียอนด์ไปมากกว่า ทั้งเจ็บปวด ทั้งแสบสันต์ และยังเป็นการตบหน้าฉาดใหญ่ ๆ สะท้อนมุมมองความเหลื่อมล้ำในสังคมได้อย่างเป็นอย่างดีในยุคปัจจุบัน Breaking แตกหัก เป็นหนังที่มีเค้าโครงสร้างมาจากเรื่องจริง ที่เล่าถึงเรื่องราวของอดีตนาวิกโยธินผ่านศึก ที่ต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายของชีวิต ทั้งสภาพจิตใจและสภาวะอารมณ์อย่างหนักหน่วง เมื่อเขากำลังพยายามจะกลับไปสู่ชีวิตในฐานะพลเรือนธรรมดา แต่การปรับตัวและปรับชีวิตของเขาไม่ใช่เรื่องง่ายเลย อีกทั้งเขายังมีอีก 2 ชีวิตเป็นลูกเมียที่ต้องคอยดูแลอยู่ข้างหลัง และสิ่งที่เขาตัดสินใจทำกำลังจะเปลี่ยนแปลงชีวิตไปตลอดกาล นี่คือผลงานการกำกับและเขียนบทของผู้กำกับหญิง “เอบี ดามาริส คอร์บิน” ที่ถือว่าผลงานนี้น่าจะเป็นหนังใหญ่เรื่องแรกของเธอด้วย หนังเรื่องนี้เหมือนพาคนดูขึ้นบนสังเวียนมวยแห่งหนึ่ง เพื่อสังเกตการณ์และเฝ้าดูวิธีการออกหมัดของนักมวยกับคู่ต่อสู้อะไรทำนองนั้น แต่หนังเป็นที่ปล่อยหมัดเด็ด ๆ ออกมาทีก็ทำให้สะอึกได้อยู่ไม่น้อย เพราะเป็นการใช้ลีลาและสถานการณ์ในการเล่าเรื่องได้ค่อนข้างคมคาย Breaking อาจจะเป็นหนังที่ไม่ได้มีนักแสดงเยอะแยะและดาราก็ไม่ได้มีชื่อเสียงระดับแถวหน้าอะไร แต่ต้องยกย่องการแสดงของ “จอห์น โบเยก้า” ได้แบบเต็มปากเต็มคำเลยว่า เขาถ่ายทอดออกมาได้เหมาะเจาะ และแทบจะพยุงหนังเรื่องนี้เอาไว้ได้เพียงลำพังคนเดียวเลยก็ว่าได้ แต่ส่วนหนึ่งก็ต้องขอบคุณบทหนังที่ส่งเสริมตัวละครของเขาเป็นอย่าง กับลีลาการเล่าเรื่องนี้ค่อย ๆ บิ้วท์จังหวะและอารมณ์คนดูได้ทีละเรื่อย ๆอ่านต่อ